วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

Château en France. ปราสาทในฝรั่งเศส

Château de Castelnau-Bretenoux  ปราสาทกัสแตลโน-เบรอเตอนู 


             
เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ที่เมืองพรูว์โดมาในจังหวัดล็อต แคว้นมีดี-ปีเรเน ประเทศฝรั่งเศส ปราสาทกัสแตลโน-เบรอเตอนูเป็นปราสาทอันเด่นเป็นสง่าที่สุดแห่งหนึ่งในบริเวณแกร์ซี
ปราสาทได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1862                                                           การก่อสร้างปราสาทเริ่มขึ้นราวปี ค.ศ. 1100 ภายใต้อูก บารอนแห่งกัสแตลโนผู้สร้างกำแพงรอบคฤหาสน์ที่พำนัก อูกเป็นบรรพบุรุษของตระกูลกัสแตลโนผู้มีอำนาจผู้เป็นเจ้าของภูมิภาคที่มั่งคั่ง และ เป็นดินแดนบริวารของอาณาจักรเคานต์แห่งตูลูซ                        
ปราสาทได้รับการขยายต่อเติมหลายครั้งระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 12 จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 เมื่อต้องการที่จะปรับปรุงให้เหมาะสมกับการต้อต้านอาวุธที่วิวัฒนาการขึ้นในปี ค.ศ. 1159 สมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษยึดปราสาทได้ แต่ก็มาคืนให้กับบารอนแห่งกัสแตลโนเมื่อยุติสงครามร้อยปี ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 17 ปราสาทก็ได้รับการปรับปรุงทางด้านความงดงาม และ ความสะดวกต่อการเป็นที่พำนักอาศัย โดยการขยายหน้าต่างให้กว้างขึ้น, ตกแต่งห้องรับแขกอย่างหรูหรา และสร้างระเบียงเกียรติยศ
สภาพของปราสาททรุดโทรมลงหลังจากการเสียชีวิตของตระกูลกัสแตลโนคนสุดท้ายในปี ค.ศ. 1715 ในปี ค.ศ. 1895 ฌ็อง มูลีเยรานักร้องอุปรากรคอมมิกก็ซื้อปราสาทและสิ่งของภายในเช่นเฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะศาสนา หลังจากการเสียชีวิตของฌ็องในปี ค.ศ. 1932 ปราสาทก็ได้รับการยกให้แก่รัฐเพื่อเปิดให้ประชาชื่นชม
ปราสาทตั้งอยู่บนเนินสูง ตรงทางแพร่งของหุบเขาหลายหุบเขา และแม่น้ำดอร์ดอญ ที่มองเห็นได้จากแต่ไกลจากหินสีแดงที่ใช้ในการก่อสร้าง
ผังเกือบจะเป็นทรงสามเหลี่ยม โดยมีหอกลมตรงมุมแต่ละมุม หอกลางสี่เหลี่ยมและตัวตึกหลักที่สร้างมาตั้งแต่ยุคกลางก็ยังคงอยู่ ปราสาทเป็นสิ่งก่อสร้างที่น่าประทับใจตรงที่เป็นสิ่งก่อสร้างที่เด่น ที่มีกำแพงล้อมรอบสามด้าน และมีกำแพงม่านระหว่างหอกลมเก้าหอ                                               

Château de Gavaudun  ปราสาทกาโวเดิง

    
เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านกาโวเดิงในจังหวัดโล-เตต์-การอนน์ในแคว้นอากีแตนในประเทศฝรั่งเศส ปราสาทกาโวเดิงตั้งอยู่บนเนินหินสูงเหนือแม่น้า หอกลางที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 13 สูง 25 เมตร

Château de Montreuil-Bellay ปราสาทมงเทรย-เบแล
                      
เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ที่เมืองมงเทรย-เบแลในจังหวัดแมเนลัวร์ในแคว้นเปอีเดอลาลัวร์ในประเทศฝรั่งเศส ปราสาทแรกสร้างขึ้นที่ที่เป็นหมู่บ้านกอล-โรมันบนเนินสูงเหนือแม่น้ำตูแอ
ระหว่างสมัยกลางอสังหาริมทรัพย์ของปราสาทประกอบด้วยที่ดินกว่า 4 ตารางกิโลเมตรที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มจังหวัด 32 จังหวัดที่ไม่ไกลนักที่เรียกว่า “ล็องฌู” (L'Anjou) ประมุขของมงเทรย-เบแลเดิมเป็นของ “แกลดุแอ็ง เลอ ดานัว” (Gelduin le Danois) หลังจากนั้นก็ตกไปเป็นของ “แบร์แล เลอ วีเยอ” (Berlay le Vieux) ผู้มีบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางคนแรกของเบแล ในปี ค.ศ. 1025 ปราสาทก็ถูกยึดโดยฟูลก์ แนรา สมาชิกตระกูลแพลนทาเจเน็ท จนฌีโร แบร์แลต้องยอมเป็นดินแดนบริวารระหว่างครึ่งหลังของคริสต์ทศวรรษ 1100 หลังจากที่พระเจ้าฟิลิปที่ 2 ทรงพ่ายแพ้ต่อฝ่ายอังกฤษการปกครองเบแลก็กลับคืนไปเป็นของกีโยม เดอ เมอเลิงแห่งตระกูลแบร์แล เลอ วีเยออีกครั้ง ในช่วงนี้ก็ได้มีการสร้างเสริมระบบการป้องกันของปราสาทกันขึ้นอย่างขนานใหญ่โดยการสร้างกำแพงอันใหญ่โตที่ประกอบเด้วยหอใหญ่สิบสามหอวางซ้อนประสานต่อกัน โดยมีทางเข้าทางเดียวที่สร้างเสริมอย่างแน่นหนา และในช่วงเดียวกันนี้ชื่อปราสาทก็เปลี่ยนเป็นสำเนียงอังกฤษจากบาร์ลีย์เป็นเบแล
ระหว่างสงครามศาสนาของฝรั่งเศส (ค.ศ. 1562‑ค.ศ. 1598) เมืองมงเทรย-เบแลก็ถูกปล้นทำลายและเผา แต่ตัวปราสาทอันมั่นคงได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย ความเป็นเจ้าของปราสาทเปลี่ยนมือหลายครั้งรวมทั้งโดยการสมรสกับตระกูลกอเซ-บรีซัก (Cossé-Brissac) ระหว่างสงครามปฏิวัติฝรั่งเศสปราสาทถูกยึดโดยรัฐบาลปฏิวัติและใช้เป็นคุกสำหรับจำขังสตรีผู้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมเช่นแม่มดหรือเป็นฝ่ายกษัตริย์นิยม
ในปี ค.ศ. 1822 อาเดรียง นีฟว์โล นักธุรกิจจากเมืองโซมูร์ก็ซื้อปราสาทและแบ่งเป็นห้องเช่า ในปี ค.ศ. 1860 บุตรีของนีฟว์โลก็ย้ามาพำนักที่ปราสาทและเริ่มดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ บางห้องก็ทำเป็นแบบ “ทรูบาดูร์” ผู้สืบเชื้อสายจากสามีเป็นเจ้าของปราสาทมงเทรย-เบแลในปัจจุบัน


Château de Montbrun ปราสาทมงเบริง

เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ที่เมืองดูร์นาซักในจังหวัดโอต-เวียนในแคว้นลีมูแซ็งในประเทศฝรั่งเศส ปราสาทมงเบริงเริ่มก่อสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ในปี ค.ศ. 1438 ปราสาทก็ได้รับการต่อเติมโดยปิแยร์แห่งมงเบริง และมาทำการบูรณปฏิสังขรณ์กันอีกครั้งในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20

 Château de Menthon-Saint-Bernard ปราสาทม็องตง-แซ้ง-แบร์นาร์

เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ที่เมืองม็องตง-แซ็ง-แบร์นาร์ในจังหวัดโอต-ซาวัวในแคว้นโรนาลป์ในประเทศฝรั่งเศส
ปราสาทม็องตง-แซ็ง-แบร์นาร์ตั้งเด่นอยู่บนเนินที่สูง 200 เมตร หอที่ทำด้วยหินตั้งเด่นเหนือทะเลสาบอานซี, อุทยานอนุรักษ์ร็อกเดอแชร์และม็องตง-แซ็ง-แบร์นาร์ ปราสาทได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1989

ป้อมปราการของปราสาทสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ราวปี ค.ศ. 923 เดิมเป็นเพียงสิ่งก่อสร้างง่ายๆ ที่เป็นป้อมยามทำด้วยไม้สร้างบนเนินที่ยื่นออกมาเหนือถนนโรมันและทะเลสาบอานซี ตัวสิ่งก่อสร้างปัจจุบันสร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19
ในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ในปี ค.ศ. 1008 นักบุญแบร์นาร์แห่งม็องตงหรือนักบุญเบอร์นาร์ดผู้เป็นนักบุญผู้พิทักษ์นักเล่นสกีถือกำเนิดที่ปราสาทนี้ ต่อมานักบุญแบร์นาร์ก็ทำการก่อตั้งสถานพยาบาลและแอบบีบนช่องเขาเซนต์เบอร์นาร์ดใหญ่
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1180 ปราสาทก็ตกไปเป็นของตระกูลม็องตงผู้ยังคงเป็นเจ้าของและพักอาศัยอยู่ที่นั่นมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ต้นตอของตระกูลม็องตงไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่ทราบว่ามาจากภูมิภาคเบอร์กันดีและมามีอำนาจอยู่ในบริเวณนี้ เมื่อได้เป็นเจ้าของตระกูลม็องตงก็ทำการสร้างหอสี่เหลี่ยมใหญ่ขึ้นสามหอ
ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 นิโคดแห่งม็องตงได้รับแต่งตั้งให้เป็นราชทูตแห่งฝรั่งเศสของดยุคอเมดีแห่งซาวัว และต่อมาเป็นข้าหลวงประจำเมืองนิส และผู้บังคับบัญชากองเรือที่ถูกส่งโดยสภาฟลอเรนซ์ไปยังคอนสแตนติโนเปิล
ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาป้อมจากยุคกลางก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นที่อยู่อาศัยอันหรูหราโอ่อ่าเป็นปราสาทประจำตำแหน่งบารอนแห่งม็องตง ห้องชุดที่เป็นห้องพักตั้งอยู่ตามแนวที่ติดต่อระหว่างหอ และตระกูลม็องตงก็ได้ทำการซื้อเฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก
ลักษณะรูปทรงของปราสาทมิได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1740 เมื่อได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้มากขึ้น ห้องชุดที่กว้างใหญ่และอาบด้วยแสงธรรมชาติก็ได้รับการต่อเติมทางด้านที่มองไปยังทะเลสาบ ที่ประกอบด้วยห้องกินข้าว และ ห้องโถงใหญ่กว้าง 100 ตาราเมตร ที่เห็นทิวทัศน์ทะเลสาบจากหน้าต่างสี่บาน
ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ระหว่างปี ค.ศ. 1860 จนถึงปี ค.ศ. 1890 ปราสาทก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่โดยการรวมห้อง ยกกำแพงหรือผนัง เพิ่มหอหลังคากรวยแหลมและระเบียงโครงไม้ (half-timbered gallery) ในลานด้านใน โดยเรอเนแห่งม็องตงผู้เป็นนักนิยมเออแฌน วียอเล-เลอ-ดุ๊ก ผู้มีอิทธิพลต่อลักษณะโครงสร้างของปราสาทที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้
ปราสาทประกอบด้วยห้องทั้งหมด 105 ห้องบนสี่ชั้นในเนื้อที่หลายร้อยตารางเมตร ปราสาทมีห้องที่ได้รับการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างงดงามหลายห้อง โดยเฉพาะห้องนอนของเคาน์เทสส์, ครัวจากคริสต์ศตวรรษที่ 13 และห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งด้วยภาพและเฟอร์นิเจอร์โบราณจากระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19, เฟอร์นิเจอร์แบบพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 และ 14, พรมทอแขวนผนัง จากตั้งแต่ ค.ศ. 1730
ห้องสมุดของปราสาทมีหนังสือกว่า 12,000 เล่มจากตั้งแต่ก่อน ค.ศ. 1800 รวมทั้งงานที่เขียนบนหนังสัตว์ หนังแกะ และหนังแพะ ที่มีงานภาพวิจิตรที่เขียนโดยนักบวชในยุคกลาง หนังสือส่วนใหญ่มาจากคริสต์ศตวรรษที่ 16, 17 และ 18


Château de Dinan ปราสาทดีน็อง
เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ที่เมืองดีน็องในจังหวัดโกต-ดาร์มอร์ในแคว้นเบรอตาญ ประเทศฝรั่งเศส
หอและประตูของปราสาทเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงปราสาทที่ยาว 2,600 เมตรที่ยังคงล้อมรอบบริเวณเมืองเก่าอยู่ หอกลางที่เรียกกันว่า “Donjon de la duchesse Anne” (ไทย: ที่คุมขังดัชเชสแอนน์) เพราะเคยใช้เป็นที่กักตัวดัชเชสแอนน์แห่งบริตทานี สูง 34 เมตรในจุดที่ติดกับประตูเซนต์หลุยส์ จอห์นที่ 5 ดยุคแห่งบริตทานี เป็นผู้สร้างหอกลางระหว่างปี ค.ศ. 1382 ถึงปี ค.ศ. 1383 ที่เป็นส่วนที่เชื่อมระหว่างหอกลมสองหอ ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยคูปราสาทตัวปราสาทเชื่อมกับภายนอกด้วยสะพานชัก รอบกำแพงมีช่องเชิงเทินที่ยื่นออกมาจากตัวกำแพงล้อมรอบ เพื่อใช้ในการต่อสู้กับข้าศึกที่อาจจะล้อมปราสาทหรือพยายามเข้าโจมตีปราสาท
ปราสาทได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1886 ในปัจจุบันปราสาทเป็นของเมืองและเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

Vieux-château de l'Île d'Yeu ปราสาทโบราณแห่งเกาะอีเยอ

เป็นซากปราสาทที่ตั้งอยู่บนฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกในจังหวัดว็องเด แคว้นเปอีเดอลาลัวร์ประเทศฝรั่งเศส
โอลีวีเยที่ 4 แห่งกลีซง นักสร้างปราสาทคนสำคัญเป็นผู้สร้างปราสาทแห่งเกาะอีเยอเพื่อใช้ในการป้องกันชาวเกาะจากการถูกรุกรานโดยชาวต่างประเทศ ครั้งที่เกาะถูกยึดครองนานที่สุดก็เมื่อโรเบิร์ต โนลส์ โจรสลัดมีชื่อของอังกฤษเข้ามาบุกยึดปราสาทในปี ค.ศ. 1355 และยึดครองเกาะอยู่ 37 ปี ในปี ค.ศ. 1381 โอลีวีเยที่ 5 แห่งกลีซงก็ยึดเกาะคืนได้ระหว่างการยึดปัวตูคืน
ระหว่างยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ฌ็องที่ 5 แห่งรีเยอ ประมุขของเกาะก็ทำการก่อสร้างกำแพงและหอล้อมรอบปราสาท การก่อสร้างลักษณะนี้ทำโดยวิศวกรจากอิตาลีที่พระเจ้าฟร็องซัวที่ 1ทรงนำกลับมาจากสงครามอิตาลีด้วย ต่อมาโวบ็องก็วิวัฒนาการปรับปรุงมาใช้ในการสร้างป้อมอันมีชื่อเสียงต่อมา ระบบการป้องกันนี้มีประสิทธิภาพดีพอที่จะต่อต้านผู้รุกรานชาวสเปนหลายพันคนในปี ค.ศ. 1550 ที่เข้ามาจากทางเหนือ จนต้องถอยทางทะเลไปทางคาบสมุทรไอบีเรีย
ระหว่างปี ค.ศ. 1654 ปี ค.ศ. 1660 เมื่อมีกรก่อสร้างป้อมปราการขนาดเล็กตามแบบของโวบ็องขึ้น ปราสาทแห่งเกาะอีเยอหมดความสำคัญลงไปและถูกรื้อทิ้งในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 พร้อมกับปราสาทโบราณหลายปราสาทตามชายฝั่งทะเลของฝรั่งเศสตามพระบรมราชโองการของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ผู้ทรงกังวลว่าถ้ายังคงอยู่ในสภาพดีก็อาจจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายศัตรูยึดและทำเป็นที่ตั้งมั่นได้
ปราสาทได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1890.


อ้างอิงโดย: วิกิพีเดีย